วันพฤหัสบดีที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

ยินดีต้อนรับสู่วัดบางน้อยใน




วัดบางน้อยใน (BANGNOYNAI TEMPLE)

วัดบางน้อยใน ตั้งอยู่ที่ เลขที่ ๑๗ หมู่ที่ ๑๑ ตำบลบางหลวง อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม


สังกัดคณะสงฆ์
มหานิกาย

การตั้งวัด 
           ได้เริ่มตั้งวัดเมื่อ ช่วงปลายรัชกาลที่ ๖ ประมาณวันที่ ๔ มีนาคม ปี พ.ศ.๒๔๗๒ (ร.ศ.๑๔๖) ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ ๒๒ เดือนกุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๐๓ เขตวิสุงคามสีมา กว้าง ๓๐ เมตร ยาว ๔๐ เมตรที่ดินเฉพาะบริเวณที่ตั้งวัด มีเนื้อที่ ๓๒ ไร่ ๒ งาน ๔๗ ตารางวา ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๗๗ ตอนที่ ๑๘ วันที่ ๘ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๐๓ โดยมีหนังสือแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดินเป็น โฉนด เลขที่ ๓๕๖๙๐ กรรมสิทธิ์ที่ดินเป็นของวัด มีอาณาเขต ดังนี้คือ.-

          - ทิศเหนือ จด ๕๒๗๒ ๑๕๓๑ ๓๖๗๑
          - ทิศใต้ จดทางสาธารณะประโยชน์
          - ทิศตะวันออก จดทางสาธารณะประโยชน์
          - ทิศตะวันตก จดทางสาธารณะประโยชน์
         
    ประวัติวัด
              สถานที่สร้างวัดนี้เดิมเป็นที่รกร้างว่างเปล่า เป็นดงป่าไผ่ สมัยนั้นการคมนาคมไม่สะดวก มีชาวบ้านกลุ่มหนึ่ง ได้ร่วมกันจัดสร้างสำนักสงฆ์ ณ บ้านบางน้อยในขึ้น ตามหลักฐานไม่ทราบแน่ชัดว่าพระภิกษุรูปใดเป็นรูปแรกที่ชาวบ้านได้นิมนต์ให้มาอยู่ประจำสำนักสงฆ์ในระยะนั้น   จวบจนสมัยต่อๆ มาจากคำบอกเล่ากล่าวว่าชาวบ้านบางน้อยในได้ไปปรึกษากับหลวงปู่คล้าย (พระครูปุริมานุรักษ์) ในขณะที่ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะแขวงบางปลาสมัยนั้น ให้จัดหาพระผู้ใหญ่ในวัดศิลามูลไปอยู่ประจำบำรุงศรัทธาชาวบ้านไปพลางก่อน ดังพอที่จะสืบค้นได้ดังนี้
             พระอาจารย์จ่าง ไม่ทราบฉายา ไปจากวัดศิลามูลองค์แรก อยู่ต่อมาประมาณเดือนพฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๗๙ (ร.ศ.๑๕๕) ครั้นพระอาจารย์มาอยู่ประจำแล้ว ได้จัดสร้างกุฏิสงฆ์ขึ้น ๑ หลัง ในปีเดียวกันนั้นเอง พระอาจารย์จ่างเห็นว่าประชาชนสนใจกันมากขึ้น และก็มีความสามัคคีกันดี จึงปรึกษาทายกทายิกาปลูกกุฏิหลังที่ ๒ ขึ้นอีก มีพระมาอาศัยอยู่ประมาณ ๘ รูป
              พระอาจารย์จ่างได้ควบคุมดูแลปกครองพระภิกษุสามเณรเรื่อยมา ตามประวัติเล่าว่า พระอาจารย์จ่าง ได้นำประชาชนและชาวบ้าน เข้าป่าตัดเสา ตัดไม้ ตามป่าพนมทวน และบ้านทับกระดาน อำเภอสองพี่สอง ซึ่งมีไม้แก่น ไม้เต็งรัง ช่วยกันเลื่อยปลูกกุฏิ ปลูกศาลาการเปรียญ เพื่อให้ประชาชนได้ทำบุญสร้างกุศลมาตามลำดับ พระอาจารย์จ่าง อยู่จำพรรษาวัดบางน้อยใน ประมาณ ๗ หรือ ๘ ปี ท่านก็ได้ลาจากญาติโยม และลาหลวงปู่คล้าย พระอุปัชฌาย์ของท่าน ออกเดินธุดงค์ไปตามป่า ตามหัวเมืองต่างๆ ท่านไม่กลับมาวัดอีกเลย แต่ท่านจะมรณภาพเมื่อปี เดือน ใด ไม่มีประวัติ
              พระอาจารย์ผ่อง ประมาณปี พ.ศ. ๒๔๘๗ เมื่อว่างเจ้าอาวาสชาวบ้านบางน้อยในจึงพากันไปหาหลวงปู่คล้ายอีก หลวงปู่คล้ายจึงบอกให้ชาวบ้านไปคุยกับอาจารย์ผ่อง ศิษย์หลวงปู่เอง ซึ่งท่านเห็นว่าพอจะเป็นผู้ปกครองพระภิกษุสามเณรได้ เมื่อชาวบ้านได้ปรึกษากันแล้ว ก็ตกลงนิมนต์พระอาจารย์ผ่องไปดูแลปกครองพระภิกษุสามเณรตั้งแต่บัดนั้น ต่อมาหลวงปู่คล้ายจึงได้ส่งพระลพ ฉายา ปริปุณฺโณ ศิษย์อีกองค์หนึ่งไปอยู่เป็นเพื่อน โดยมีหน้าที่ติดต่อประสานงานในการก่อสร้างการสาธารณูปการในสมัยนั้น พระอาจาย์ลพกับพระอาจารย์ผ่องได้ร่วมกันสร้างศาลาการเปรียญ ๑ หลัง กว้าง ๑๐ เมตร ยาว ๑๗ เมตร สร้างด้วยไม้เนื้อแข็ง หลังคามุงกระเบื้อง, สร้างโรงเรียนปริยัติธรรม ๑ หลัง กว้าง ๔ เมตร ยาว ๙ เมตร หลังคามุงกระเบื้อง, ต่อมาพระอาจารย์ผ่อง ได้ย้ายกลับวัดศิลามูล
             หลวงปู่คล้ายจึงมอบให้พระอาจารย์จือ ฉายา นาโค ซึ่งเป็นพระอยู่จำพรรษาวัดบางน้อยในเป็นผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสพระอาจารย์จือ นาโค รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดบางน้อยในอยู่นาน เพราะไม่มีวิทยะฐานะทางนักธรรมเลย ในปี พ.ศ. ๒๔๘๘ ท่านจึงได้ร่วมกับพระอาจารย์ลพ สร้างกุฏิขึ้น ๓ หลัง กว้าง ๔ เมตร ยาว ๙ เมตร หลังคามุงกระเบื้อง
           วัดบางน้อยในนี้ ได้สร้างมาหลายปีแล้ว อุโบสถของวัดยังไม่มี พระอาจารย์จือ นาโค ท่านได้ปรึกษากับพระมหาเฉลียว กลฺยาโณ วัดศิลามูล ขณะนั้นกำลังดำรงตำแหน่งองค์การศึกษาอำเภอบางเลนรูปหนึ่งให้อนุเคราะห์ช่วยทำเรื่องรายงานขอวิสุงคามสีมาให้กับวัดบางน้อยในเสร็จสิ้นในปี พ.ศ. ๒๕๐๓  จวบจนวันที่ ๒๗ เมษายน พ.ศ. ๒๕๐๘ พระอาจารย์จือ นาโค อายุ ๕๘ พรรษา ๓๕ จึงได้รับพิจารณาจากคณะกรรมการสงฆ์อำเภอบางเลน ขอเสนอคณะกรรมการสงฆ์จังหวัดแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาส  ใบตราตั้งที่ ๗/๒๕๐๘ โดยมีท่านเจ้าคุณพระธรรมสิริชัย ประธานคณะกรรมการสงฆ์จังหวัด ลงนามแต่งตั้งพระอธิการจือ นาโค เมื่อรับแต่งตั้งแล้ว ได้บูรณะปฏิสังขรณ์เสนาสนะสงฆ์มาตามลำดับ
              พระอธิการจือ นาโค เป็นเจ้าอาวาสอยู่ได้ประมาณ ๑๖-๑๗ ปี ท่านได้มรณภาพเมื่อประมาณปี พ.ศ. ๒๕๑๖-๒๕๑๗ ณ วัดบางน้อยใน ด้วยโรคชรา
            ครั้นพระอธิการจือ นาโค มรณภาพแล้ว ชาวบ้านบางน้อยในจึงติดต่อกับพระครูประภัศรธรรมคุณ เจ้าคณะตำบลบางหลวง ขอให้พิจารณาพระอาจารย์เจริญ ฉายา อิสิญาโณ เป็นลูกชาวบ้านบางน้อยใน ให้เป็นผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสต่อมา พระจารย์เจริญ ขณะนั้นมีพรรษาได้ ๔ พรรษา
            พระอาจารย์เจริญ อิสิญาโณ ครั้นได้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดบางน้อยในนั้น ได้รับความสนับสนุนจาก ท่านคฤหบดีมีผู้ศรัทธา ๒ ท่าน คือ พล.ต.ต.สงวน คล่องใจ อดีตผู้บัญชาการกองปราบ กับคุณนายอุษา คล่องใจ ภรรยาของผู้การฯ ได้สละทุนทรัพย์ทั้งส่วนตัว และชักชวนญาติมิตรนำทุนทรัพย์ มาสร้างอุโบสถ เริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๑๗-๒๕๑๘ เป็นต้นมา จนถึงปี พ.ศ. ๒๕๑๙ จึงสร้างอุโบสถหลังนั้นสำเร็จสมความปรารถนา ครั้นสร้างอุโบสถสำเร็จแล้ว ท่านคฤหบดีทั้ง ๒ ได้สละทุนทรัพย์อีกก้อนหนึ่ง สร้างพระประธานประจำอุโบสถอีกหนึ่งองค์ ลงรักปิดทองเรียบร้อย ได้นำประดิษฐานบนแท่นในพระอุโบสถ โดยท่านผู้การฯ และคุณนายอุษา คล่องใจ ได้กราบอาราธนา เจ้าประคุณสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายกองค์ที่ ๑๘ และท่านเจ้าคุณพระเทพสังวรญาณฯ เป็นประธานเททอง และเบิกพระเนตร เจริญชัยมงคลคาถา
             ครั้นต่อมาเมื่อสร้างอุโบสถเสร็จ หล่อพระประธานเสร็จ นำประดิษฐานบนแท่นอุโบสถแล้ว พระอาจารย์เจริญ อิสิญาโณ ได้ลาสิกขาบทไป จนถึงสมัยพระครูปรีชา ปริยัติกิจ วัดศิลามูล เป็นเจ้าคณะตำบลบางหลวง เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๖ จึงต้องรักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดบางน้อยในติดต่อกันมาโดยตำแหน่ง จนกระทั่งในกาลต่อมาจึงได้นิมนต์พระสมทรง ฉายา อรุโณ อยู่วัดแก้วฟ้าจุฬามณี กรุงเทพมหานคร  ให้เดินทางมาอยู่วัดบางน้อยใน เมื่อวันที่ ๑๗ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๒๗ ครั้นมาอยู่ประจำวัดบางน้อยใน ย้ายมาถูกต้องตามระเบียบคณะสงฆ์แล้ว เจ้าคณะตำบลบางหลวง จึงประกาศแต่งตั้งให้พระสมทรง อรุโณ เป็นผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาส หลังจากนั้นจึงได้รับตำแหน่งพระครูสมุห์ฐานานุกรม ของพระเทพศีลวิสุทธิ์ เจ้าอาวาสวัดอรุณราชวราราม เป็นพระครูสมุห์สมทรง อรุโณ ต่อมาได้ทำการผูกพัทธสีมา-ปิดทองฝังลูกนิมิต วัดบางน้อยใน ในวันที่ ๑๙-๒๕ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๒๘ จนแล้วเสร็จ ลุปี พ.ศ.๒๕๓๐ จึงลาสิกขาไป วัดได้ว่างผู้รักษาการดูแล  จนกระทั่งในวันที่ ๓๐ เดือนธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๑ พระครูปรีชาปริยัติกิจ ได้แต่งตั้งพระดา  จนฺทวณฺโณ เป็นผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาส ลุปี พ.ศ. ๒๕๓๒ คณะสงฆ์จังหวัดนครปฐมจึงมีคำสั่งที่ ๘/๒๕๓๒ แต่งตั้ง พระดา ฉายา จนฺทวณฺโณ อายุ ๕๘ พรรษา ๕ วิทยฐานะนักธรรมโท ซึ่งเป็นพระท้องที่ บวชเมื่อวันที่ ๒๑ เดือนกรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๒๘ ให้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสตั้งแต่วันที่ ๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๒ โดยมีพระโอด จนฺทโชโต เป็นกรรมการผู้ช่วยเจ้าอาวาสในช่วงเวลานั้น  พระอธิการดา จนฺทวณฺโณ ได้ทำหน้าที่เจ้าอาวาสปกครองคณะสงฆ์เป็นระยะเวลานาน ได้ทำการก่อสร้างศาลาหอสวดมนต์, กุฏิปูน ๒ ชั้น ๑๔ ห้อง ๑ หลัง และต่อเติมศาลาการเปรียญที่วางรากฐานไว้แต่สมัยอาจารย์เจริญจนแล้วเสร็จ พระอธิการดา จนฺทวณฺโณ ได้มรณะภาพลงในวันที่ ๙ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๒ 
              หลังจากวัดบางน้อยในขาดเจ้าอาวาสลง คณะสงฆ์ได้มีคำสั่งจากพระมหาปรีชา ภูริปญฺโญ เจ้าคณะตำบลบางหลวงแต่งตั้งให้พระมหาณรงค์ มหาปญฺโญ อายุ ๓๘ พรรษา ๕ วิทยฐานะนักธรรมเอก เปรียญธรรม ๕ ประโยค ซึ่งเป็นพระสังกัดอยู่ในวัดบางน้อยใน ซึ่งได้ไปเรียนบาลีอยู่ที่วัดพระปฐมเจดีย์เป็นผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดบางน้อยใน ตั้งแต่วันที่ ๑๐ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๒ แต่เนื่องจาก พระมหาณรงค์ มหาปญฺโญ ยังต้องรอสอบประโยค ๖ จึงเดินทางไปกลับในการดูแลพระภิกษุสงฆ์ จวบจนสอบและประกาศผลเรียบร้อยแล้ว จึงได้ลงมาอยู่วัดบางน้อยในตามคำสั่งแต่งตั้ง พระมหาณรงค์ มหาปญฺโญ ได้ปกครองพระภิกษุสามเณรมาด้วยความเรียบร้อยจวบจนวันที่ ๑ เดือนเมษายน พ.ศ. ๒๕๕๓ พระเดชพระคุณหลวงพ่อพระราชรัตนมุนี เจ้าคณะจังหวัดนครปฐม จึงมีคำสั่งแต่งตั้งที่ ๑๔/๒๕๕๓ ให้พระมหาณรงค์ ฉายา มหาปญฺโญ อายุ ๓๙ พรรษา ๕ วิทยฐานะ นักธรรมเอก เปรียญธรรม ๖  ประโยค ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสสืบต่อมาจนถึงปัจจุบัน

    ลำดับเจ้าอาวาส
              วัดบางน้อยในได้มีพระภิกษุที่ดำรงตำแหน่งโดยการแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสปกครองวัดซึ่งพอจะสืบค้นหา สืบลำดับได้ดังนี้
              ๑. พระอธิการจือ นาโค ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๐๘ จนถึง ประมาณปี พ.ศ. ๒๕๑๖-๑๗         
              ๒. พระอธิการดา จนฺทวณฺโณ ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๓๒ จนถึงปี พ.ศ. ๒๕๕๒
              ๓. พระมหาณรงค์ มหาปญฺโญ ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๕๓ จนถึงปัจจุบัน

    ไวยาวัจกรวัดบางน้อยใน
              ๑. นายประเทือง แก้วมณี
              ๒. นายบุญชู ศรีอินทร์กิจ

    พระมหาณรงค์ มหาปญฺโญ
    เจ้าอาวาสองค์ปัจจุบัน